ทรัมป์ประกาศ ภาษีใหม่สำหรับอิรัก บราซิล และฟิลิปปินส์ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้จุดประกายกระแสวิพากษ์วิจารณ์ครั้งใหม่ในเวทีระหว่างประเทศ หลังออกประกาศเรียกเก็บภาษีศุลกากรชุดใหม่กับ 8 ประเทศ ซึ่งรวมถึงอิรัก บราซิล และฟิลิปปินส์ โดยเนื้อหาในจดหมายอย่างเป็นทางการที่เผยแพร่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ได้ระบุรายละเอียดอัตราภาษีนำเข้าต่อแต่ละประเทศอย่างชัดเจน นับเป็นความเคลื่อนไหวที่อาจสะเทือนต่อความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ กับประเทศพันธมิตรบางราย

เมื่อพายุร้ายแรง สงบลง น้ำท่วมในเท็กซัสทำให้ต้องจับตามอง
ทรัมป์ประกาศ ภาษีใหม่สำหรับอิรัก บราซิล และฟิลิปปินส์
ในประกาศดังกล่าว อิรัก ศรีลังกา และแอลจีเรีย ถูกกำหนดให้ต้องเสียภาษีนำเข้าร้อยละ 30 ขณะที่บรูไน ลิเบีย และมอลโดวา ถูกเรียกเก็บในอัตราร้อยละ 25 และฟิลิปปินส์ซึ่งเป็นหนึ่งในพันธมิตรสำคัญของสหรัฐฯ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จะต้องเสียภาษีนำเข้าที่ร้อยละ 20 ส่วนบราซิลซึ่งอยู่ในกลุ่มเป้าหมายของมาตรการใหม่นี้ ยังไม่มีการระบุอัตราที่แน่ชัดในจดหมายที่เปิดเผยออกมา
แม้ว่าทำเนียบขาวยังไม่ให้รายละเอียดเบื้องหลังของการตัดสินใจครั้งนี้ แต่การเคลื่อนไหวดังกล่าวถือเป็นสัญญาณที่ชัดเจนถึงทิศทางนโยบายกีดกันทางการค้าแบบแข็งกร้าวของประธานาธิบดีทรัมป์ ซึ่งมักอ้างถึงความไม่เป็นธรรมในการค้าระหว่างประเทศ และการปกป้องผลประโยชน์ของอุตสาหกรรมภายในประเทศสหรัฐฯ เป็นเหตุผลหลักในการดำเนินมาตรการภาษีเหล่านี้
ปฏิกิริยาจากประเทศที่ได้รับผลกระทบเริ่มมีความชัดเจน โดยเจ้าหน้าที่รัฐบาลจากหลายประเทศที่ถูกระบุชื่อในจดหมาย แสดงความกังวลว่าภาษีดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศของตน รวมถึงอาจทำให้ราคาสินค้าส่งออกของพวกเขาในตลาดสหรัฐฯ สูงขึ้นจนไม่สามารถแข่งขันได้ ขณะที่นักวิเคราะห์มองว่ามาตรการใหม่นี้อาจยิ่งทำให้ความตึงเครียดในระบบการค้าโลกเพิ่มสูงขึ้น และเสี่ยงต่อการตอบโต้จากประเทศต่าง ๆ
ฟิลิปปินส์ซึ่งมีความสัมพันธ์ทางยุทธศาสตร์และเศรษฐกิจที่แน่นแฟ้นกับสหรัฐฯ ก็อาจเผชิญความท้าทายครั้งใหม่จากอัตราภาษีที่เพิ่มขึ้น นักวิชาการบางรายแสดงความเห็นว่าการเรียกเก็บภาษีในระดับนี้อาจส่งผลต่อผู้ประกอบการฟิลิปปินส์ที่พึ่งพาตลาดสหรัฐฯ เป็นหลัก รวมถึงภาคแรงงานที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมส่งออก
ในช่วงปีสุดท้ายของการดำรงตำแหน่ง ทรัมป์ยังคงยึดมั่นในนโยบาย “อเมริกาต้องมาก่อน” ซึ่งแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนในการดำเนินนโยบายการค้าของเขา และครั้งนี้ก็เป็นอีกตัวอย่างที่สะท้อนถึงความพยายามในการต่อรองผลประโยชน์ของสหรัฐฯ โดยไม่เกรงใจต่อพันธมิตรหรือพันธสัญญาระหว่างประเทศ ท่ามกลางการเลือกตั้งที่ใกล้เข้ามา การประกาศมาตรการเช่นนี้อาจช่วยเสริมฐานเสียงของเขาในกลุ่มผู้สนับสนุนนโยบายชาตินิยมทางเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ที่แท้จริงของมาตรการใหม่นี้ยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิดว่าจะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และความเป็นผู้นำของสหรัฐฯ บนเวทีการค้าโลกอย่างไรต่อไป.
สนับสนุนโดย : สล็อต เว็บตรง
0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0