สหรัฐฯ โจมตีเยเมน คร่าชีวิตผู้คนนับสิบ หลังศูนย์กักขังผู้อพยพถูกโจมตี

สหรัฐฯ โจมตีเยเมน คร่าชีวิตผู้คนนับสิบ หลังศูนย์กักขังผู้อพยพถูกโจมตี กองทัพสหรัฐอเมริกาได้ดำเนินการโจมตีทางอากาศในพื้นที่ทางตอนเหนือของเยเมน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 30 ราย โดยส่วนใหญ่เป็นผู้อพยพชาวแอฟริกันที่ถูกกักตัวอยู่ในศูนย์ควบคุมคนเข้าเมืองในจังหวัดซาดา การโจมตีครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงกลางดึกและสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงต่ออาคารสถานที่ พร้อมทั้งคร่าชีวิตผู้บริสุทธิ์จำนวนมาก ซึ่งรวมถึงสตรีและเยาวชน

สหรัฐฯ โจมตีเยเมน คร่าชีวิตผู้คนนับสิบ หลังศูนย์กักขังผู้อพยพถูกโจมตี กองทัพสหรัฐอเมริกาได้ดำเนินการโจมตีทางอากาศในพื้นที่

พรรคฝ่ายค้าน เกาหลีใต้เลือกอดีตหัวหน้าพรรคเป็นผู้สมัครชิงตำแหน่ง

สหรัฐฯ โจมตีเยเมน คร่าชีวิตผู้คนนับสิบ หลังศูนย์กักขังผู้อพยพถูกโจมตี

ตามรายงานจากเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นในเยเมนและองค์การกาชาดสากล การโจมตีดังกล่าวได้ทำลายอาคารที่ใช้เป็นที่พักพิงชั่วคราวสำหรับผู้อพยพที่กำลังรอการส่งกลับประเทศต้นทาง โดยส่วนใหญ่เป็นชาวเอธิโอเปียและโซมาเลียที่หนีภัยสงครามและความยากจนจากประเทศบ้านเกิด จุดที่ถูกโจมตีถือเป็นพื้นที่พลเรือน ซึ่งไม่มีสัญญาณหรือหลักฐานชัดเจนว่าเป็นเป้าหมายทางทหาร การกระทำของสหรัฐฯ ครั้งนี้จึงถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากกลุ่มสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ

ยังไม่ได้แถลงอย่างเป็นทางการถึงสาเหตุของการโจมตี แต่เบื้องต้นคาดว่าเป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการตอบโต้ต่อกลุ่มฮูซี ซึ่งเป็นกลุ่มติดอาวุธในเยเมนที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน กลุ่มฮูซีถูกกล่าวหาว่าใช้พื้นที่ใกล้กับศูนย์กักกันเป็นฐานยิงขีปนาวุธและอาวุธไร้คนขับโจมตีเรือสินค้าต่างประเทศในทะเลแดง อย่างไรก็ตาม การที่เป้าหมายกลายเป็นพลเรือนจำนวนมากได้สร้างความไม่พอใจในวงกว้าง

สหประชาชาติออกแถลงการณ์แสดงความกังวลอย่างลึกซึ้งต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมเรียกร้องให้มีการสืบสวนอย่างโปร่งใสและเป็นอิสระ ขณะเดียวกันองค์การนิรโทษกรรมสากล (Amnesty International) และฮิวแมนไรท์วอทช์ (Human Rights Watch) ต่างประณามการโจมตีดังกล่าวว่าอาจเข้าข่ายอาชญากรรมสงคราม และขอให้ชาติมหาอำนาจเคารพกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ

ในขณะเดียวกัน สถานการณ์ในเยเมนยังคงอยู่ในภาวะวิกฤตทางมนุษยธรรมอย่างรุนแรง โดยเฉพาะในเขตที่อยู่ภายใต้การควบคุมของกลุ่มฮูซี ซึ่งประชาชนจำนวนมากต้องอาศัยความช่วยเหลือจากองค์กรระหว่างประเทศเพื่อความอยู่รอด การโจมตีครั้งนี้จึงเพิ่มความตึงเครียดในภูมิภาคและทำให้ความหวังในการเจรจาสันติภาพดูริบหรี่ลงไปอีกขั้น

เหตุการณ์ดังกล่าวได้จุดกระแสการวิพากษ์จากนานาชาติ และกดดันให้สหรัฐฯ ต้องทบทวนแนวทางการดำเนินการทางทหารในตะวันออกกลาง ซึ่งที่ผ่านมามักก่อให้เกิดความสูญเสียแก่พลเรือนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หลายฝ่ายยังเรียกร้องให้มีการปกป้องผู้อพยพและผู้ลี้ภัยในพื้นที่สงครามอย่างจริงจัง เพื่อไม่ให้พวกเขาต้องกลายเป็นเหยื่อของความขัดแย้งที่พวกเขาไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องเลยตั้งแต่ต้น

สนับสนุนโดย : ufabet

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0